• เลขที่ 77/1-6 ถนน บรมราชชนนี แขวง อรุณอมรินทร์ เขต บางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
  • สาขาปิ่นเกล้า 02-434-3214

รถมิตซูบิชิ ปาเจโรสปอร์ตใหม่ 2020

รถมิตซูบิชิ ปาเจโรสปอร์ตใหม่ 2020

ราคาเริ่ม 1,299,000 บาท

คุณสมบัติ

Super Select 4WD II

มอบความสมบูรณ์แบบในการขับขี่ เพิ่มความมั่นใจในทุกสภาพถนน ด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อน 4 ล้อ เอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ ให้คุณสามารถเปลี่ยนโหมดจากระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2H) เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4H) แบบ Full-Time All Wheel Control เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนถนนลื่น และเมื่อต้องการขับขี่บนเส้นทางแบบ Off-Road คุณยังสามารถเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนเป็น 4HLc หรือ 4LLc ได้ตามความต้องการ

เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล 2.4 ลิตร 181 แรงม้า

– เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล 2.4 ลิตร 181 แรงม้า พร้อมเสื้อสูบและฝาสูบ อลูมินัม อัลลอย ซึ่งมีน้ำหนักเบา ทนทาน แข็งแกร่ง และระบายความร้อนได้ดีเยี่ยม
– เพิ่มแรงม้าด้วยขุมพลังของ VG Turbo และอินเตอร์คูลเลอร์ ทำให้เครื่องยนต์มีกำลังสูงทั้งในรอบปานกลาง และรอบสูง ตอบสนองทันใจ ช่วยให้ขับขี่สนุกและเร้าใจมากขึ้น
– ระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ช่วยให้เครื่องยนต์มีแรงบิดดีขึ้นในรอบต่ำ ทำให้เครื่องยนต์มีอัตราเร่งดีเยี่ยม ให้การเผาไหม้หมดจด ลดมลพิษ รักษาสิ่งแวดล้อม

เกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 สปีด

พร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์แบบไฟฟ้า ช่วยให้ทุกการเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างนุ่มนวล ทำงานควบคู่กับระบบ INC ที่ช่วยควบคุม และตัดระบบส่งกำลังไปยังเพลาขับอัตโนมัติในขณะรถหยุดนิ่ง และเหยียบเบรกในตำแหน่งเกียร์ “D” ลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันในทุกการขับขี่ และลดการสึกหรอของระบบเกียร์ ช่วยยืดอายุการใช้งานของเกียร์ให้ยาวนานขึ้น พร้อมด้วยระบบ G-Sensor ช่วยควบคุมการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ให้มีความแม่นยำมากขึ้นในทางลาดชัน

2H (2WD HIGH-RANGE)

ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เหมาะกับการขับขี่บนสภาพถนนปกติ ให้อัตราเร่งที่ดี และประหยัดน้ำมัน เพราะกำลังของเครื่องยนต์ทั้งหมด 100% จะถูกส่งไปยังล้อคู่หลังเท่านั้น

 

*อุปกรณ์มาตรฐานอาจแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

4H (4WD HIGH-RANGE)

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทำงานแบบ Full-Time All Wheel Control เหมาะกับสภาพถนนเปียกลื่นที่ใช้ความเร็ว ระบบส่งกำลัง Torsen (Torque Sensitive Type) จะถ่ายทอดกำลังเครื่องยนต์ไปยังล้อหน้า 40 % และล้อหลัง 60% บนถนนแห้ง และล้อหน้า 50 % ล้อหลัง 50% เมื่อถนนเปียกลื่น เพื่อประสิทธิภาพในการเกาะถนนและความปลอดภัย

 

*อุปกรณ์มาตรฐานอาจแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

4HLc (4WD HIGH-RANGE WITH LOCKED TRANSFER)

‘ระบบส่งกำลังจะถ่ายทอดกำลังเครื่องยนต์ไปยังล้อทั้ง 4 โดยมีระบบ Center Differential Lock ทำหน้าที่ในการส่งกำลังในอัตราส่วนล้อหน้า 50% และล้อหลัง 50% เท่ากันตลอดเวลา สำหรับใช้ในเส้นทางที่ทุรกันดาร แต่ยังสามารถใช้ความเร็วได้บนเส้นทางที่มีผิวแบบลื่นไหล (ในตำแหน่งนี้ไม่ควรใช้บนทางแห้ง)

 

*อุปกรณ์มาตรฐานอาจแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

4LLc (4WD LOW-RANGE WITH LOCKED TRANSFER)

ระบบส่งกำลังจะถ่ายทอดกำลังเครื่องยนต์ไปยังล้อทั้ง 4 โดยมีระบบ Center Differential Locked ทำหน้าที่ในการส่งกำลังในอัตราส่วน ล้อหน้า 50% และล้อหลัง 50% เท่ากันตลอดเวลา และเกียร์ส่งกำลัง (Transfer Gear Ratio) จะเพิ่มอัตราทดให้สูงขึ้น ช่วยทำให้กำลังการขับเคลื่อนมีมากขึ้น เหมาะสำหรับสภาพเส้นทางที่ทุรกันดารมากๆ และมีโคลน หรือเส้นทางแบบมีเนินสลับและมีความลาดชันมากๆ (ในตำแหน่งนี้ไม่ควรใช้ความเร็วเกิน 70 กม./ชม.)

 

*อุปกรณ์มาตรฐานอาจแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

ระบบช่วงล่าง และ ระบบเบรก

– ช่วงล่างด้านหน้าอิสระ แบบดับเบิ้ลวิชโบน คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ให้การเกาะถนนที่ดีทุกสภาพถนน เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่มากขึ้น

– ช่วงล่างด้านหลัง แบบทรีลิงค์ ทอร์คอาร์ม คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ให้ความนุ่มนวล และการทรงตัวเหนือกว่า เพิ่มประสิทธิภาพการเกาะถนนมากขึ้น

– ดิสก์เบรกหน้าขนาดใหญ่ พร้อมช่องระบายความร้อน และคาร์ลิปเปอร์เบรกแบบ 2 ลูกสูบ

– ดิสก์เบรกหลังขนาดใหญ่ แบบ Drum-in Discs พร้อมช่องระบายความร้อน

ระบบล็อกเฟืองท้ายหลัง ควบคุมการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า

ระบบล็อกเฟืองท้ายหลัง ควบคุมการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า โดยกดสวิตช์ที่บริเวณแผงคอนโซลกลาง ระบบจะล็อกเฟืองท้ายหลังเพื่อให้เครื่องยนต์ส่งกำลังไปยังล้อหลังทั้งซ้ายและขวาหมุนเท่ากันตลอดเวลา ทำงานร่วมกับ Center Differential Lock ช่วยให้ขับผ่านเส้นทางที่ทุรกันดารไปได้อย่างง่ายดาย

 

(เฉพาะรุ่น GT-Premium 4WD)

ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ

ระบบจะทำการล็อกความเร็วให้คงที่ตามที่ผู้ขับขี่ได้ตั้งค่าไว้ โดยทำงานร่วมกับเรดาห์ หากตรวจพบว่ามีรถยนต์ด้านหน้าใช้ความเร็วต่ำกว่า ระบบจะปรับลดความเร็วอัตโนมัติ เพื่อรักษาระยะห่างจากรถยนต์ด้านหน้า และจะปรับความเร็วกลับสู่ระดับเดิมที่ตั้งค่าไว้ เมื่อรถยนต์ด้านหน้าพ้นจากระยะตรวจจับของเรดาห์ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่และปลอดภัยตลอดการเดินทาง

(เฉพาะรุ่น GT-Premium)

ระบบเบรกมือควบคุมด้วยไฟฟ้าทำงานอัตโนมัติ และ ระบบ BRAKE AUTO HOLD

ระบบเบรกมือควบคุมด้วยไฟฟ้าอัตโนมัติ จะทำงานเมื่อเลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง “P”  และจะปลดล็อกอัตโนมัติเมื่อเลื่อนคันเกียร์ออกจากตำแหน่ง “P”
ระบบ BRAKE AUTO HOLD เพียงกดปุ่ม AUTO HOLD ให้ระบบเริ่มทำงานเมื่อคุณเหยียบเบรกเพื่อให้รถหยุดนิ่ง จนไฟเขียวแสดงบนหน้าปัด (ขณะที่เกียร์อยู่ในตำแหน่ง “D” หรือ “N”) ระบบจะทำงานและทำให้หยุดโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้ ระบบจะคลายเบรกอัตโนมัติเมื่อเหยียบคันเร่ง สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แม้ในสภาวะการจราจรติดขัด

Apple CarPlay

เชื่อมต่อความบันเทิงด้วย Apple CarPlay* เพียงเชื่อมต่อ iPhone ในรถมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต สามารถรับสายโทรเข้า-โทรออก และรับ-ส่งข้อความ พร้อมฟังเพลงได้อย่างง่ายดาย

 

หมายเหตุ : อุปกรณ์มาตรฐานอาจแตกต่างกันในแต่ละรุ่น โปรดศึกษารายละเอียดอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติม

*เงื่อนไขการใช้งาน Apple CarPlay เป็นไปตามเงื่อนไขที่ Apple Inc. กำหนด •Apple CarPlay และ iPhone เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท Apple Inc.

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ http://www.apple.com/ios/carplay/

MITSUBISHI REMOTE CONTROL

เทคโนโลยีที่ให้ทุกการเดินทางสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ด้วยระบบการเชื่อมต่อรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมสั่งการทำงานบนสมาร์ทโฟน

 

•    RESERVATION
สามารถสั่งการเปิด-ปิดประตูท้ายอัตโนมัติได้ล่วงหน้าจากสมาร์ทโฟน (ในระยะเวลาไม่เกิน 20 นาที)

•    VEHICLE REMINDER
ระบบจะแจ้งเตือนถึงสถานะของรถ เช่น ลืมล็อกรถ, ลืมปิดไฟหน้า สามารถเช็กสถานะของรถได้ เช่น การเปิด-ปิดไฟหน้า, การเปิด-ปิดไฟฉุกเฉิน อีกทั้งยังสามารถจัดการรถยนต์ผ่านสมาร์ทโฟน เช่น ปิดไฟฉุกเฉิน, สั่งล็อกประตูรถ (สั่งการได้ในกรณีที่ประตูรถปิดสนิทเท่านั้น ) เป็นต้น

•    OPERATION ASSIST
ระบบช่วยเหลือพร้อมแจ้งสาเหตุผ่านสมาร์ทโฟน ในกรณีที่คุณไม่สามารถล็อกรถได้ เช่น ไม่มีกุญแจ ประตูปิดไม่สนิท ลืมดับเครื่องยนต์ หรือลืมนำกุญแจออกจากรถ

•    VEHICLE INFORMATION 
แสดงข้อมูลและประวัติการใช้งาน เช่น อัตราเฉลี่ยการบริโภคน้ำมัน, ระยะการเดินทาง, ประวัติการใช้รถ

•    CAR FINDER
ค้นหารถยนต์ โดยสั่งการให้เปิดไฟหน้าจากสมาร์ทโฟนได้

หมายเหตุ : ระบบสั่งการทำงานผ่านสมาร์ทโฟนจะสามารถทำงานในระยะสัญญาณบลูทูธเท่านั้น

 

(เฉพาะรุ่น GT-Premium)

สิ่งอำนวยความสะดวก

ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรี และปุ่มปิดฝาท้ายพร้อมล๊อกรถ

สะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยระบบเปิด-ปิดประตูท้ายด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรีและปุ่มปิดฝาท้ายพร้อมล็อกรถ (ทำงานคู่กับระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS)
พร้อม Mitsubishi Remote Control สามารถสั่งการทำงานล่วงหน้าจากสมาร์ทโฟน

ระบบอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยอัจฉริยะ

– ใบปัดน้ำฝนปรับความเร็วอัตโนมัติ
– ระบบหน่วงเวลาเปิด-ปิดกระจกไฟฟ้า
– ระบบไฟสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล๊อก
– ระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์
– ระบบล๊อกประตูรถอัตโนมัติ
– ระบบตัดการทำงานไฟหน้าอัตโนมัติ
– ระบบสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนเลน
– สัญญาณเตือนลืมปิดไฟหรี่
– ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติ
– รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.6 เมตร
– ปุ่มสตาร์ทและดับเครื่องยนต์
– ระบบป้องกันการโจรกรรม
– ระบบกุญแจอัจฉริยะ

ช่องเก็บของด้านท้ายรถ

ช่องเก็บของด้านท้ายรถหลังเบาะนั่งแถวที่ 3 พร้อมฝาปิดและชุดซ่อมยางฉุกเฉิน

ห้องโดยสารกว้างขวาง สามารถปรับเบาะได้หลากหลายรูปแบบ

ให้ทุกการเดินทางสะดวกสบายได้มากกว่า ด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง สามารถปรับเบาะได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระ รองรับการใช้งานทุกไลฟ์สไตล์

เทคโนโลยีความปลอดภัย

ระบบสัญญาณเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด

ระบบสัญญาณเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด หากเรดาร์ด้านหลังตรวจพบรถคันอื่นภายในรัศมีตรวจจับ ระบบจะส่งเสียงเตือนและสัญญาณไฟจะกระพริบบนกระจกมองข้างทั้ง 2 ด้าน พร้อมแสดงข้อความเตือนบนหน้าจอแสดงผล

 

(เฉพาะรุ่น GT-Premium)

ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน

อีกระดับของความปลอดภัยในการเปลี่ยนช่องจราจร หากเรดาร์ตรวจพบรถคันอื่นที่วิ่งอยู่ในเลนถัดไปด้านหลังในระยะประมาณ 70 ม. ระบบจะส่งสัญญาณไฟเตือนบนกระจกมองข้างให้ผู้ขับขี่ทราบว่ามีรถในจุดอับสายตา ซึ่งไม่สามารถมองเห็นจากกระจกมองข้าง และในขณะเดียวกันหากเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวระบบจะส่งเสียงเตือน พร้อมสัญญาณเตือนไฟกะพริบบนกระจกมองข้าง ทั้งนี้การทำงานของระบบขึ้นอยู่กับความเร็วสัมพัทธ์ระหว่างรถกับรถในเลนถัดไป และระบบจะทำงานที่ความเร็ว 10 กม./ชม. ขึ้นไป

 

(เฉพาะรุ่น GT-Premium)

ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว

ระบบเสริมความปลอดภัย โดยใช้เรดาร์ประเมินระยะห่างจากรถคันหน้า หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะชนรถคันหน้าในช่องทางเดียวกัน ระบบจะทำการเตือนและช่วยชะลอความเร็ว พร้อมเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกเพื่อให้ประสิทธิภาพในการเบรกที่ดียิ่งขึ้น และบรรเทาความเสียหายจากการชน

 

(เฉพาะรุ่น GT-Premium)

ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว

เพื่อช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการชน ระบบทำงานโดยใช้คลื่น Ultrasonic ตรวจจับวัตถุด้านหน้าหรือด้านหลังในระยะไม่เกิน 4 เมตร ในขณะที่เกียร์อยู่ตำแหน่ง “D” หรือ “R” หากมีการเหยียบคันเร่งผิดพลาดอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ระบบจะทำการตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะอัตโนมัติ และทำงานที่ความเร็วต่ำกว่า 10 กม./ชม.

 

(เฉพาะรุ่น GT-Premium)

ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง

เสริมความปลอดภัย ด้วยถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ครอบคลุมถึงผู้โดยสารแถวที่ 3 ช่วยลดความรุนแรงที่เกิดจากการชนทั้งด้านหน้าและด้านข้าง ทำงานร่วมกับเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ 2 ทิศทาง พร้อมระบบผ่อนแรง

 

(เฉพาะรุ่น GT-Premium 4WD)

กล้องมองภาพรอบคัน

กล้องมองภาพรอบคัน ระบบทำงานผ่านกล้อง 4 ตำแหน่งรอบตัวรถ เพื่อประมวลผลและแสดงภาพแบบ Bird’s Eye View ผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นภาพ ได้รอบตัวรถ เพิ่มความปลอดภัย และความสะดวกสบายในการจอดรถได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

 

หมายเหตุ : ระยะการจับภาพของกล้องมองภาพรอบคันเป็นเพียงภาพจับลองเพื่อความเข้าใจเท่านั้น

ระบบเบรกแบบป้องกันล้อล็อก

จะทำงานทันทีที่เหยียบเบรกกะทันหัน ช่วยให้คุณหักหลบสิ่งกีดขวางได้อย่างทันท่วงที

ระบบเสริมแรงเบรก

จะทำงานทันทีที่เหยียบเบรกกะทันหัน ระบบนี้จะช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกให้มากขึ้น เพื่อช่วยให้การหยุดรถเป็นไปอย่างรวดเร็ว

โครงสร้างตัวถังนิรภัยเหล็กกล้า

ที่ใช้เหล็กแรงดึงสูง (High Tensile Steel) ช่วยลดการยุบตัวของห้องโดยสารจากการชนเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์

ทำงานประสานกับระบบเบรก ABS เพื่อให้เกิดการกระจายแรงเบรกอย่างเหมาะสมทั้ง 4 ล้อ ช่วยลดระยะเบรกให้สั้นลง

ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวในสภาวะที่รถเสียสมดุล

เพื่อป้องกันการลื่นไถลออกนอกเส้นทาง เช่น กรณีเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็ว ถนนลื่น หรือหักหลบกะทันหัน พร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล ระบบจะช่วยควบคุมการหมุนของล้อทั้ง 4 อย่างสมดุลในสภาวะถนนลื่น ขรุขระ หรือทางชัน เพื่อไม่ให้รถสูญเสียการยึดเกาะถนน

ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน

ช่วยป้องกันรถไหลเมื่อต้องออกตัวบนทางลาดชัน

ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน

ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

 

(เฉพาะรุ่น GT-Premium 4WD)

ดีไซน์ภายนอก และ ภายใน

ดีไซน์ภายนอก

Advanced Dynamic Shield Design Concept

คอนเซ็ปต์การออกแบบด้านหน้ารถอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิให้วิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่า เพื่อแนวคิดด้านความปลอดภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้ใช้ถนนและยังคงไว้ซึ่งดีไซน์แห่งอนาคตให้ความเร้าใจในทุกมุมมอง

ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ แบบ Bi-LED

สะกดทุกสายตาด้วยไฟหน้าโปรเจคเตอร์ แบบ Bi-LED พร้อมระบบปรับระดับลำแสงอัตโนมัติ มาพร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ SPECTRUM LED ไฟส่องสว่างขณะเลี้ยว และไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED โฉบเฉี่ยวในลุคสปอร์ตอย่างลงตัว

ไฟท้ายแบบ LED

ถ่ายทอดดีไซน์แห่งเส้นสายที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร

ล้ออัลลอย 18 นิ้ว แบบปอร์ตทูโทน

แตกต่างด้วยล้ออัลลอย 18 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ตทูโทนใหม่

ดีไซน์ภายใน

ด้วยการออกแบบคอนโซลหน้าและคอนโซลกลาง ในมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ จึงทำให้พื้นที่ด้านฝั่งคนขับและห้องโดยสารกว้างขวางมากกว่าที่เคย ให้ทุกการเดินทางสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว

ปรับเปลี่ยนรูปแบบหน้าจอได้ 3 แบบ รองรับเมนูภาษาไทย พร้อมเชื่อมต่อและแสดงข้อมูลจากหน้าจอระบบสัมผัส SDA (SMARTPHONE-LINK DISPLAY AUDIO) ให้คุณไม่ต้องละสายตาจากท้องถนนเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัย

 

(เฉพาะรุ่น GT-Premium)

สวิตช์เปิด-ปิดกระจกหน้าต่างไฟฟ้าแบบเรืองแสง

ปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ พร้อมระบบป้องกันการหนีบทั้ง 4 ด้าน ควบคุมจากด้านคนขับ ช่วยเพิ่มความปลอดภัย ให้ความสะดวกสบายและความมั่นใจแก่ผู้ขับขี่ตลอดการเดินทาง

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แบบปรับแยกอุณหภูมิอิสระ ซ้าย-ขวา

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แบบปรับแยกอุณหภูมิอิสระ ซ้าย-ขวา และเทคโนโลยี nanoeTM  ที่สร้างไอออนประจุลบ เพื่อดักจับฝุ่นแบคทีเรีย และกลิ่นไม่พึงประสงค์ ช่วยให้อากาศบริสุทธิ์ คงความชุ่มชื้นของผิว มอบความรู้สึกสดชื่นตลอดเส้นทาง*

 

*nanoeTM และ the nanoeTM เป็นเครื่องหมายการค้าของ Panasonic Corporation

จอภาพแบบ Widescreen ขนาด 12.1 นิ้ว

สัมผัสสุนทรียภาพเต็มอรรถรสในทุกการเดินทาง กับจอภาพแบบ Widescreen ขนาด 12.1 นิ้ว มาพร้อมกับรีโมทและหูฟังอินฟราเรด เชื่อมต่อ HDMI และ USB เพื่อความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

 

(เฉพาะรุ่น GT-Premium)

ช่องต่ออุปกรณ์ USB 2 ตำแหน่ง พร้อม HDMI บริเวณคอนโซลหน้า

เพื่อเชื่อมต่อความบันเทิงกับ SDA (Smartphone-Link Display Audio) สะดวกสบายมากขึ้นด้วยช่องจ่ายกระแสไฟ AC 220 โวลต์ พร้อมช่องชาร์จอุปกรณ์ USB 2.1A 2 ตำแหน่งบริเวณคอนโซลกลางด้านหลัง

คอนโซลกลางและแผงประตูบุด้วยวัสดุบุนุ่ม

ให้การขับขี่สบายกว่าที่เคย และเพิ่มช่องเก็บของใต้คอนโซลเพื่อการใช้งานที่สะดวกมากขึ้น

บริษัท เอเชียวัฒนามอเตอร์ จำกัด